ในหลักสูตรจะเน้นในเรื่องการเปลี่ยนแปลง,ความสำคัญของเทคโนโลยีต่อการเรียนรู้ สร้างทักษะพื้นฐานและความรู้ในการเขียนโปรแกรมให้แก่นักเรียน การให้ภาพกว้างของการใช้เทคโนโลยีในการเขียนโปรแกรมพื้นฐาน

ทั้งรูปแบบออฟไลน์และบนแพลตฟอร์มออนไลน์พร้อมด้วยความรู้พื้นฐานของการสร้างเว็บไซต์อย่างง่ายในการแนะนำตนเอง และการเขียนสคริปต์ HTML, JavaScript และ CSS เบื้องต้น ทั้งยังสามารถใช้โปรแกรมช่วยสอนเพื่อสร้างห้องเรียนสำหรับการเขียนโปรแกรมและการวัดผลการเรียนผ่านระบบ leaderboard เพื่อที่จะสามารถนำไปปรับใช้ในการสอนจริงในห้องเรียนต่อได้ ในฐานะที่เป็นผู้เกี่ยวข้องกับการศึกษาได้เห็นความสำคัญในการพัฒนาครูให้มีความรู้ทักษะการปฏิบัติ ตลอดจนมีคุณลักษณะความเป็นครูในเรื่องการจัดการเรียนรู้การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์เบื้องต้น (Coding) โดยแพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อพัฒนาทักษะด้านไอทีและดิจิตัลของผู้เรียนมัธยมต้นในยุค 4.0  ขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาคุณภาพครูให้นำความรู้ ประสบการณ์ที่ได้รับไปสู่การพัฒนานักเรียนให้มีคุณภาพต่อไป


การอบรมเทคนิคการออกแบบห้องเรียนแห่งการเรียนรู้ด้วยเทคนิคการเล่าเรื่อง เพื่อเน้นการปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้สอน-ผู้เรียนและบทเรียนเพื่อเสริมสร้างทักษะการเรียนรู้แห่งศตวรรษที่ 21 จึงถือเป็นการพัฒนาวิชาชีพครูเพื่อส่งเสริมให้ครูผู้สอนสังเคราะห์ ผสมผสานเทคนิคและกระบวนการต่าง ๆ ในห้องเรียน และเนื้อหาเข้าด้วยกันอย่างสร้างสรรค์โดยสามารถเล็งผลให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจผ่านการปฏิสัมพันธ์ และความคิดสร้างสรรค์ผ่านการต่อยอดโดยใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด การเรียนการสอนมีประสิทธิภาพและผู้เรียนมีคณะลักษณะ อุปนิสัย และทักษะการเรียนรู้แห่งศตวรรษที่ 21 อย่างแท้จริง      ในฐานะที่เป็นผู้เกี่ยวข้องกับการศึกษาได้เห็นความสำคัญในการพัฒนาครูให้มีความรู้ ทักษะ การปฏิบัติ ตลอดจนมีคุณลักษณะความเป็นครูในเรื่อง เทคนิคการออกแบบห้องเรียนแห่งการเรียนรู้ด้วยเทคนิคการเล่าเรื่อง เพื่อเน้นการปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้สอน ผู้เรียน และบทเรียน และเสริมสร้างทักษะการเรียนรู้แห่งศตวรรษที่ 21 จึงจัดการอบรมนี้ขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาคุณภาพครูให้นำความรู้ ประสบการณ์ที่ได้รับไปสู่การพัฒนานักเรียนให้มีคุณภาพต่อไป

ผู้จัดทำหลักสูตรเห็นว่าหลักสูตรนี้จะเป็นการขับเคลื่อนในการพัฒนาครูผู้สอนให้มีทักษะทางด้านการคิด   การออกแบบหลักสูตรให้แก่ผู้เรียนทางด้านการใช้สื่อ Social Media ซึ่งครูผู้สอนจะสามารถสร้างแรงบันดาลใจ รวมถึงทัศนคติที่ดีต่อการใช้เทคโนโลยีในยุคดิจิตัล 4.0 แก่ผู้เรียน ทั้งยังสามารถสร้างมาตรฐานลดความเหลื่อมล้ำในการเรียนรู้ของผู้เรียนให้สามารถทัดเทียมกันได้อย่างง่ายดาย โดยผ่านการใช้เนื้อหาบนแพลตฟอร์มที่มีมาตรฐานและตัวชี้วัดแบบเดียวกัน

ในหลักสูตรจะเน้นในเรื่องการเห็นความเปลี่ยนแปลงของสื่อ Social Media และการตรวจสอบแหล่งสื่อ Social Media ที่เชื่อถือได้ ทักษะพื้นฐานในการสร้างเนื้อหาและบทเรียนออนไลน์ ผ่าน Youtube และ Facebook ได้ สามารถใช้ Application อาทิ Selfie City , Over , Inshot , Kinemaster และแอพอื่น ๆ เพื่อใช้สร้างเนื้อหาและบทเรียนออนไลน์ผ่าน Youtube และ Facebook ได้ สามารถวางแผนการสร้างเนื้อหาผ่าน Youtube และ Facebook ได้ เพื่อที่จะสามารถนำไปปรับใช้ในการสอนจริงในห้องเรียนต่อได้ ในฐานะที่เป็นผู้เกี่ยวข้องกับการศึกษาได้เห็นความสำคัญในการพัฒนาครูให้มีความรู้ทักษะการปฏิบัติ ตลอดจนมีคุณลักษณะความเป็นครูในเรื่องการจัดการเรียนรู้ Social Media เพื่อพัฒนาทักษะด้านไอทีและดิจิตัลของผู้เรียนประถมศึกษาในยุค 4.0  ขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาคุณภาพครูให้นำความรู้ ประสบการณ์ที่ได้รับไปสู่การพัฒนานักเรียนให้มีคุณภาพต่อไป

อบรมฟรี นับชั่วโมง เพื่อเลื่อนวิทยฐานะได้ (มีจำนวนจำกัด)

โปรแกรม DynEd จะมีส่วนช่วยให้ครูมีความเข้าใจ และสามารถนำสิ่งที่อยู่ในโปรแกรมไปประยุกต์ใช้เพื่อสอนให้แก่นักเรียนชั้นมัธยมต้น

ในการเรียนการสอนโดยใช้อุปกรณ์ ครูผู้สอนจำเป็นที่จะต้องมีความสามารถในการค้นหาจุดแข็งของผู้เรียนแต่ละคน ระบุเรื่องที่ต้องการพัฒนา แล้วเลือกวิธีฝึกที่สอดคล้อง ทั้งนี้ต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษกับความต้องการและลีลาการเรียนรู้ของผู้เรียน จึงจะทำให้รูปแบบการสอน และกิจกรรมประสบความสำเร็จ การจัดการเรียนรู้ตามทฤษฎีนี้ต้องทำให้การเรียนรู้เป็นกระบวนการที่มีชีวิตชีวา (active) บทเรียน หรือกิจกรรมต้องท้าทาย ชัดเจน ไม่คลุมเครือ ใช้สถานการณ์ที่ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์โดยมีกิจกรรมฝึกซ้ำทบทวนบ่อย ๆ ทุกครั้งที่ฝึกการคิดทักษะใหม่ควรใช้เนื้อหา หรือทักษะที่ผู้เรียนคุ้นเคย เป็นสื่อสำหรับการคิด ผู้เรียนจะสามารถเชื่อมโยงทักษะใหม่กับทักษะที่เคยฝึกแล้ว การเชื่อมโยงจะทำได้ดีเมื่อครูใช้การเปรียบเทียบสถานการณ์จำลองอุปมาอุปไมย เรื่องขบขัน บทความ ตัวอย่าง และเทคนิค การปฏิสัมพันธ์แบบต่าง ๆ การพัฒนากระบวนการคิดมีองค์ประกอบที่สำคัญ ได้แก่ การใช้คำถาม การมีปฏิสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง และการให้ข้อมูลย้อนกลับ ทุกสิ่งที่อยู่รอบตัวผู้เรียนมีผลต่อการเรียนรู้ทั้งสิ้น จึงต้องจัดสภาพแวดล้อม อุปกรณ์หรือสื่อให้เอื้อต่อการคิด การสอนใช้แบบผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง กิจกรรมมีความสนุก มีความหมาย และกระตุ้น การเรียนรู้รายบุคคล ครูให้โอกาสผู้เรียนมีเวลาได้รับประสบการณ์จากการทำกิจกรรมที่ใช้สมอง และ เรียนรู้เนื้อหา ด้วยวิธีการสอนลักษณะนี้ผู้เรียนจะสามารถเพิ่มพูนความเข้าใจ เก็บประเด็นสำคัญและเพิ่มศักยภาพในการนำความรู้ไปใช้ ครูผู้สอนจะได้รับความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการออกเสียงโฟนิคส์ รวมทั้งการส่งเสริมให้ครูผู้สอนเป็นผู้ทำกิจกรรมในห้องเรียนได้เป็นอย่างดี ในฐานะที่เป็นผู้เกี่ยวข้องกับการศึกษาได้เห็นความสำคัญในการพัฒนาครูให้มีความรู้ ทักษะ การปฏิบัติ ตลอดจนมีคุณลักษณะความเป็นครูในเรื่องการออกแบบการเรียนรู้ภาษาอังกฤษสำหรับการสื่อสารในชีวิตประจำวันของผู้เรียนระดับมัธยมต้นโดย platform DynEd เพื่อความเป็นเลิศขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาคุณภาพครูให้นำความรู้ ประสบการณ์ที่ได้รับไปสู่การพัฒนานักเรียนให้มีคุณภาพต่อไป

หลักสูตรนี้จะสามารถช่วยให้ครูใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือช่วยในการพัฒนาตนเอง เรียนรู้เทคนิค รูปแบบ กิจกรรม สื่อการสอน และวิธีการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ เหมาะสมกับลักษณะของนักเรียน ดังนี้

  1. ผลิตสื่อด้านเทคโนโลยีสำหรับการจัดการเรียนการสอน  โดยใช้โปรแกรมพื้นฐาน
  2. การสร้างกระบวนการคิด (Visual Thinking)
  3. การใช้งาน Cloud Technology Video-Streaming และสร้าง e-learning
  4. การประยุกต์ใช้ Application เพื่อบูรณาการการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning
  5. หลักออกแบบกิจกรรมที่สร้างสรรค์ โดยใช้โครงงานเป็นฐานเหมาะสมกับสภาพชั้นเรียนของตน
  6. ประติมากรรมจากกระดาษ และประติมากรรมหน้ากากลายไทย

การบูรณาการใช้เทคโนโลยี ผลิตสื่อการเรียนการสอน ออกแบบกิจกรรมอย่างสร้างสรรค์ ให้เข้ากับการเรียนการสอน การเรียนรู้ของผู้เรียน สามารถช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพและเกิดการเรียนรู้จริง อีกทั้งเมื่อครูนำเครื่องมือต่างๆ ที่พัฒนามาประยุกต์ใช้กับรูปแบบการเรียนการสอนตามแนวคิดของกานเย (Gagne’s Instructional Model) โดยยึดหลักการนำเสนอเนื้อหาและจัดกิจกรรมการเรียนรู้จากการมีปฏิสัมพันธ์ ช่วยให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้เนื้อหาสาระได้อย่างดี รวดเร็ว สามารถจดจำสิ่งที่เรียนได้นาน และมีเจตคติที่ดี หลักการสอนตามแนวคิดของกานเยทั้ง 9 ขั้นตอน ได้แก่

1. เร่งเร้า กระตุ้น และดึงดูดความสนใจ (Gain Attention)  ของผู้เรียน เป็นการช่วยให้ผู้เรียนสามารถรับสิ่งเร้า หรือสิ่งที่จะเรียนรู้ได้ดี

2. บอกวัตถุประสงค์ (Specify Objective)  ของบทเรียนให้ผู้เรียนทราบ เป็นการช่วยให้ผู้เรียนได้รับรู้ความคาดหวัง

3. ทบทวนความรู้เดิม (Activate Prior Knowledge)  หรือการกระตุ้นให้ระลึกถึงความรู้เดิม เป็นการช่วยให้ผู้เรียนดึงข้อมูลเดิมที่อยู่ในหน่วยความจำระยะยาวให้มาอยู่ในหน่วยความจำเพื่อการใช้งาน (working memory) ซึ่งจะช่วยให้ผู้เรียนเกิดความพร้อมในการเชื่อมโยงความรู้ใหม่กับความรู้เดิม

4. นำเสนอเนื้อหาใหม่ หรือสิ่งเร้าใหม่ (Present New Information)  ผู้สอนควรจะจัดสิ่งเร้าให้ผู้เรียนเห็นลักษณะสำคัญของสิ่งเร้านั้นอย่างชัดเจน เพื่อความสะดวกในการเลือกรับรู้ของผู้เรียน

5. ชี้แนะแนวทางการเรียนรู้ (Guide Learning) หรือการจัดระบบข้อมูลให้มีความหมาย เพื่อช่วยให้ ผู้เรียนสามารถทำความเข้าใจกับสาระที่เรียนได้ง่ายและเร็วขึ้น

6. กระตุ้นการตอบสนองบทเรียน (Elicit Response) หรือกระตุ้นให้ผู้เรียนแสดงความสามารถ  เพื่อให้ผู้เรียนมีโอกาสตอบสนองต่อสิ่งเร้าหรือสาระที่เรียน ซึ่งจะช่วยให้ทราบถึงการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นในตัว ผู้เรียน

7. ให้ข้อมูลย้อนกลับ (Provide Feedback)  เป็นการให้การเสริมแรงแก่ผู้เรียน และข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับผู้เรียน

8. การประเมินผลการแสดงออก (Assess Performance) ของผู้เรียน เพื่อช่วยให้ผู้เรียนทราบว่าตนเองสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ได้มากน้อยเพียงใด

9. สรุปและนำไปใช้ (Review and Transfer)  เป็นการส่งเสริมความคงทนและการถ่ายโอนการเรียนรู้ โดยการให้โอกาสผู้เรียนได้มีการฝึกฝนอย่างพอเพียง และในสถานการณ์ที่หลากหลาย เพื่อช่วยให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจที่ลึกซึ้งขึ้น และสามารถถ่ายโอนการเรียนรู้ไปสู่สถานการณ์อื่น ๆ ได้

หลักสูตรนี้จะสามารถช่วยให้ครูใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือช่วยในการพัฒนาตนเอง เรียนรู้เทคนิค รูปแบบ กิจกรรม สื่อการสอน และวิธีการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ เหมาะสมกับลักษณะของนักเรียน ดังนี้

  1. ผลิตสื่อด้านเทคโนโลยีสำหรับการจัดการเรียนการสอน Info graphics โดยใช้โปรแกรมพื้นฐาน
  2. การสร้างกระบวนการคิด (Visual Thinking)
  3. การใช้งาน Cloud Technology Video-Streaming และสร้าง e-learning
  4. การประยุกต์ใช้ Application เพื่อบูรณาการการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning
  5. ออกแบบกิจกรรมที่สร้างสรรค์ เหมาะสมกับสภาพชั้นเรียนของตน

การบูรณาการใช้เทคโนโลยี ผลิตสื่อการเรียนการสอน ออกแบบกิจกรรมอย่างสร้างสรรค์ ให้เข้ากับการเรียนการสอน การเรียนรู้ของผู้เรียน สามารถช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพและเกิดการเรียนรู้จริง อีกทั้งเมื่อครูนำเครื่องมือต่างๆ ที่พัฒนามาประยุกต์ใช้กับรูปแบบการเรียนการสอนตามแนวคิดของกานเย (Gagne’s Instructional Model) โดยยึดหลักการนำเสนอเนื้อหาและจัดกิจกรรมการเรียนรู้จากการมีปฏิสัมพันธ์ ช่วยให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้เนื้อหาสาระได้อย่างดี รวดเร็ว สามารถจดจำสิ่งที่เรียนได้นาน และมีเจตคติที่ดี หลักการสอนตามแนวคิดของกานเยทั้ง 9 ขั้นตอน ได้แก่

1. เร่งเร้า กระตุ้น และดึงดูดความสนใจ (Gain Attention)  ของผู้เรียนเป็นการช่วยให้ผู้เรียนสามารถรับสิ่งเร้า หรือสิ่งที่จะเรียนรู้ได้ดี

2. บอกวัตถุประสงค์ (Specify Objective)  ของบทเรียนให้ผู้เรียนทราบเป็นการช่วยให้ผู้เรียนได้รับรู้ความคาดหวัง

3. ทบทวนความรู้เดิม (Activate Prior Knowledge)  หรือการกระตุ้นให้ระลึกถึงความรู้เดิมเป็นการช่วยให้ผู้เรียนดึงข้อมูลเดิมที่อยู่ในหน่วยความจำระยะยาวให้มาอยู่ในหน่วยความจำเพื่อการใช้งาน (working memory) ซึ่งจะช่วยให้ผู้เรียนเกิดความพร้อมในการเชื่อมโยงความรู้ใหม่กับความรู้เดิม

4. นำเสนอเนื้อหาใหม่ หรือสิ่งเร้าใหม่ (Present New Information)  ผู้สอนควรจะจัดสิ่งเร้าให้ผู้เรียนเห็นลักษณะสำคัญของสิ่งเร้านั้นอย่างชัดเจนเพื่อความสะดวกในการเลือกรับรู้ของผู้เรียน

5. ชี้แนะแนวทางการเรียนรู้ (Guide Learning) หรือการจัดระบบข้อมูลให้มีความหมายเพื่อช่วยให้ผู้เรียนสามารถทำความเข้าใจกับสาระที่เรียนได้ง่ายและเร็วขึ้น

6. กระตุ้นการตอบสนองบทเรียน (Elicit Response) หรือกระตุ้นให้ผู้เรียนแสดงความสามารถเพื่อให้ผู้เรียนมีโอกาสตอบสนองต่อสิ่งเร้าหรือสาระที่เรียน ซึ่งจะช่วยให้ทราบถึงการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นในตัวผู้เรียน

7. ให้ข้อมูลย้อนกลับ (Provide Feedback)  เป็นการให้การเสริมแรงแก่ผู้เรียนและข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับผู้เรียน

8. การประเมินผลการแสดงออก (Assess Performance) ของผู้เรียนเพื่อช่วยให้ผู้เรียนทราบว่าตนเองสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ได้มากน้อยเพียงใด

9. สรุปและนำไปใช้ (Review and Transfer)  เป็นการส่งเสริมความคงทนและการถ่ายโอนการเรียนรู้ โดยการให้โอกาสผู้เรียนได้มีการฝึกฝนอย่างพอเพียงและในสถานการณ์ที่หลากหลาย เพื่อช่วยให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจที่ลึกซึ้งขึ้นและสามารถถ่ายโอนการเรียนรู้ไปสู่สถานการณ์อื่นๆได้

Gagne 9 events of instruction

623021038-copy

หลักสูตรนี้จะสามารถช่วยให้ครูใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือช่วยในการพัฒนาตนเอง เรียนรู้เทคนิค รูปแบบ กิจกรรม สื่อการสอน และวิธีการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ เหมาะสมกับลักษณะของนักเรียน ดังนี้

  1. ผลิตสื่อด้านเทคโนโลยีสำหรับการจัดการเรียนการสอน Info graphics โดยใช้โปรแกรมพื้นฐาน
  2. การสร้างกระบวนการคิด (Visual Thinking)
  3. การใช้งานโปรแกรมทางคณิตศาสตร์
  4. การประยุกต์ใช้ Application เพื่อบูรณาการการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning
  5. ออกแบบกิจกรรมที่สร้างสรรค์ เหมาะสมกับสภาพชั้นเรียนของตน

การบูรณาการใช้เทคโนโลยีผลิตสื่อการเรียนการสอนออกแบบกิจกรรมอย่างสร้างสรรค์ให้เข้ากับการเรียนการสอน การเรียนรู้ของผู้เรียนสามารถช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพและเกิดการเรียนรู้จริง อีกทั้งเมื่อครูนำเครื่องมือต่างๆที่พัฒนามาประยุกต์ใช้กับรูปแบบการเรียนการสอนตามแนวคิดของกานเย (Gagne’s Instructional Model) โดยยึดหลักการนำเสนอเนื้อหาและจัดกิจกรรมการเรียนรู้จากการมีปฏิสัมพันธ์ ช่วยให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้เนื้อหาสาระได้อย่างดี รวดเร็ว สามารถจดจำสิ่งที่เรียนได้นาน และมีเจตคติที่ดี หลักการสอนตามแนวคิดของกานเยทั้ง 9 ขั้นตอน ได้แก่

1. เร่งเร้า กระตุ้น และดึงดูดความสนใจ (Gain Attention)  ของผู้เรียน เป็นการช่วยให้ผู้เรียนสามารถรับสิ่งเร้า หรือสิ่งที่จะเรียนรู้ได้ดี

2. บอกวัตถุประสงค์ (Specify Objective)  ของบทเรียนให้ผู้เรียนทราบ เป็นการช่วยให้ผู้เรียนได้รับรู้ความคาดหวัง

3. ทบทวนความรู้เดิม (Activate Prior Knowledge)  หรือการกระตุ้นให้ระลึกถึงความรู้เดิม เป็นการช่วยให้ผู้เรียนดึงข้อมูลเดิมที่อยู่ในหน่วยความจำระยะยาวให้มาอยู่ในหน่วยความจำเพื่อการใช้งาน (working memory) ซึ่งจะช่วยให้ผู้เรียนเกิดความพร้อมในการเชื่อมโยงความรู้ใหม่กับความรู้เดิม

4. นำเสนอเนื้อหาใหม่ หรือสิ่งเร้าใหม่ (Present New Information)  ผู้สอนควรจะจัดสิ่งเร้าให้ผู้เรียนเห็นลักษณะสำคัญของสิ่งเร้านั้นอย่างชัดเจน เพื่อความสะดวกในการเลือกรับรู้ของผู้เรียน

5. ชี้แนะแนวทางการเรียนรู้ (Guide Learning) หรือการจัดระบบข้อมูลให้มีความหมาย เพื่อช่วยให้ ผู้เรียนสามารถทำความเข้าใจกับสาระที่เรียนได้ง่ายและเร็วขึ้น

6. กระตุ้นการตอบสนองบทเรียน (Elicit Response) หรือกระตุ้นให้ผู้เรียนแสดงความสามารถเพื่อให้ผู้เรียนมีโอกาสตอบสนองต่อสิ่งเร้าหรือสาระที่เรียนซึ่งจะช่วยให้ทราบถึงการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นในตัวผู้เรียน

7. ให้ข้อมูลย้อนกลับ (Provide Feedback) เป็นการให้การเสริมแรงแก่ผู้เรียนและข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับผู้เรียน

8. การประเมินผลการแสดงออก (Assess Performance) ของผู้เรียน เพื่อช่วยให้ผู้เรียนทราบว่าตนเองสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ได้มากน้อยเพียงใด

9. สรุปและนำไปใช้ (Review and Transfer)  เป็นการส่งเสริมความคงทนและการถ่ายโอนการเรียนรู้ โดยการให้โอกาสผู้เรียนได้มีการฝึกฝนอย่างพอเพียง และในสถานการณ์ที่หลากหลาย เพื่อช่วยให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจที่ลึกซึ้งขึ้น และสามารถถ่ายโอนการเรียนรู้ไปสู่สถานการณ์อื่น ๆ ได้

Gagne 9 events of instruction

623042013-copy

หลักสูตรนี้จะทำให้ครูออกแบบและสร้างเทคโนโลยีและสื่อการศึกษา เป็นเครื่องมือช่วยพัฒนาตนเองพัฒนาปฎิสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียน ช่วยขยายโอกาสของผู้เรียนตามเป้าหมายและความต้องการของผู้เรียนและสามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีส่งเสริมความเข้าใจในตัวชี้วัดของแบบ ทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ ขั้นพื้นฐาน (O-NET) ดังนี้

          1. การจัดการเรียนรู้โดยบูรณาการโมบายเลิร์นนิ่ง (Mobile Learning)  และอีเลิร์นนิ่ง (E-Learning)

          2. การสร้าง อีเลิร์นนิ่ง  ทางด้านทักษะภาษาอังกฤษ ผ่านเทคโนโลยีคลาวด์ และวีดีโอสตรีมมิ่งเบื้องต้น

          3. การเลือกใช้ แอพลิเคชันเพื่อส่งเสริม การสอนทักษะการพูด การอ่าน และการเขียนที่ปรากฎในข้อสอบO-NET วิชาภาษาอังกฤษ

          4. การสร้างบททดสอบจำลองออนไลน์

          5. ประสบการณ์การออกแบบการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐาน(Problem-Based Learning

การการบูรณาการใช้เทคโนโลยี และสื่อการศึกษา ออกแบบกิจกรรมอย่างสร้างสรรค์ ให้เข้ากับการเรียนการสอน การเรียนรู้ของผู้เรียน สามารถช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพและเกิดการเรียนรู้จริง โดยการวางแผนการใช้สื่อและเทคโนโลยียึดหลักการ ASSURE Model เพื่อให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมและการเรียนรู้แบบผสมผสาน โดยมีรายละเอียดดังนี้

A: Analyze Learners วิเคราะห์ผู้เรียน ระบุความคาดหวัง เป้าหมาย ความต้องการของผู้เรียนเพื่อสร้าง กลยุทธ์การเรียนรู้แบบผสมผสาน

S: State Goals and Objectives  กำหนดเป้าหมายและวัตถุประสงค์การเรียนรู้รวมถึงเป้าหมายการปฏิบัติงาน

S: Select Methods and Media เลือกสื่อการสอนเลือกเนื้อหาการเรียนรู้ออนไลน์และมัลติมีเดีย

U: Utilize Media and Technology นำสื่อและเทคโนโลยีไปใช้

R: Require Learner Participation กำหนดการตอบสนองของผู้เรียน กำหนดวิธีดึงดูดผู้เรียน เพื่อกระตุ้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในประสบการณ์เรียนแบบผสมผสาน

E: Evaluate and Revise the Blending Learning Strategy ประเมินและทบทวนกลยุทธ์การเรียนรู้แบบผสมผสาน

การประยุกต์ใช้สื่อการศึกษาและเทคโนโลยีเพื่อยกระดับผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ ขั้นพื้นฐานวิชาภาษาอังกฤษ ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น