ผู้จัดทำหลักสูตรเห็นว่าหลักสูตรนี้จะทำให้ครูได้ช่วยผู้เรียนค้นพบรู้จักและเข้าใจตัวเอง ความสนใจ ความถนัด และพัฒนาความสามารถพิเศษเฉพาะตัวของผู้เรียน โดยการอบรมเชิงปฏิบัติจะผ่านกระบวนการและวิธีแสกนลายนิ้วมือพร้อมทั้งรายงานผลการวิเคราะห์ลายนิ้วมือ สามารถทราบถึงความฉลาดทางสติปัญญา 4 ด้าน(IQ, EQ, AQ, CQ)ของนักเรียนแต่ละคน ว่ามีด้านใดเด่น หรือด้อย คุณครูสามารถให้คำแนะนำ และพัฒนา ด้านที่เด่นให้เป็นเลิศ และแก้ ไขพัฒนาด้านที่ด้อยให้ดีขึ้นได้ โดยมีรายละเอียดดังนี้

IQ-Intelligence Quotient: ความฉลาดด้านสติปัญญา หมายถึงความสามารถด้านการคิดการวิเคราะห์การแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบและเป็นตรรกะ

EQ-Emotional Quotient: ความฉลาดด้านอารมณ์ หมายถึงความสามารถในการจัดการอารมณ์ตัวเอง การมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นหรือบุคคลภายนอกอื่นๆ

AQ-Adversity Quotient: ความฉลาดด้านการแก้ไขปัญหาหมายถึงความสามารถในการรับแรงกดดัน อดทนและนาพาตัวเองออกจากปัญหานั้นได้

CQ-Creativity Quotient: ความฉลาดด้านความคิดสร้างสรรค์หมายถึงความสามารถในการคิดริเริ่มสิ่งใหม่ๆ การประดิษฐ์ จิตที่รักการแสวงหา

จากการศึกษาและงานวิจัยต่างๆพบว่าการสแกนลายนิ้วมือทั้ง 10 นิ้ว และวิเคราะห์ด้วยโปรแกรมตามหลักวิทยาศาสตร์ลายนิ้วมือ สามามารถทราบถึงปัญญา 10 ด้านของแต่ละบุคคล ปัญญาทั้งหมดที่กล่าวถึงนี้คือพรสวรรค์ ศักยภาพที่ติดตัวมาตั้งแต่กำเนิด ทำผู้ที่ได้รับการวิเคราะห์สามารถเข้าใจ รู้จักตัวเอง และสามารถเข้าใจรู้จักผู้อื่นได้อย่างลึกซึ้ง เพื่อประโยชน์ในการสื่อสาร การเรียนการสอนในการพัฒนาศักยภาพของตนเองและผู้อื่นได้อย่างเหมาะสมและสามารถพัฒนาให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดโดยมีรายละเอียดดังนี้

ขั้นตอนในการค้นหาศักยภาพผ่านลายนิ้วมือ และเข้าสู่กระกระบวนการดึงศักยภาพออกมาพัฒนาสู่ความเป็นเลิศของแต่ละบุคคล

          1. สแกนเก็บลายนิ้วมือ 10 นิ้วด้วยระบบคอมพิวเตอร์สแกนเนอร์

          2. นำลายนิ้วมือที่สแกนเข้าสู่กระบวนการนับค่าและประมวลผลผ่านโปรแกรมการวิเคราะห์ออกเล่มรายงาน

          3. อ่านผลวิเคราะห์ด้วยตนเอง และปรึกษารับคำแนะนำเพื่อปรับปรุงพัฒนาศักยภาพด้านที่เด่นสู่ความเป็นเลิศและปรับปรุงแก้ไขด้านที่ด้อย

          4.ให้คำแแนะนำในการพัฒนาศักยภาพของตนเอง พัฒนาศักยภาพด้านที่เด่นให้เป็นเลิศ และปรับปรุงแก้ไขด้านที่ด้อย            ผลการสแกนและออกรายงานวิเคราะห์นี้ จะได้รับข้อมูลครบถ้วนในการนำไปใช้พัฒนาศักยภาพด้านต่าง ๆ อย่างถูกต้องเหมาะสม เพื่อพัฒนาสู่ความเป็นเลิศ

ผู้จัดทำหลักสูตรเห็นว่าหลักสูตรนี้จะทำให้ครูได้ช่วยผู้เรียนค้นพบรู้จักและเข้าใจตัวเอง ความสนใจ ความถนัด และพัฒนาความสามารถพิเศษเฉพาะตัวของผู้เรียน โดยการอบรมเชิงปฏิบัติจะผ่านกระบวนการและวิธีแสกนลายนิ้วมือพร้อมทั้งรายงานผลการวิเคราะห์ลายนิ้วมือ สามารถทราบถึงความฉลาดทางสติปัญญา 4 ด้าน(IQ, EQ, AQ, CQ)ของนักเรียนแต่ละคน ว่ามีด้านใดเด่น หรือด้อย คุณครูสามารถให้คำแนะนำ และพัฒนา ด้านที่เด่นให้เป็นเลิศ และแก้ ไขพัฒนาด้านที่ด้อยให้ดีขึ้นได้ โดยมีรายละเอียดดังนี้

IQ-Intelligence Quotient: ความฉลาดด้านสติปัญญา หมายถึงความสามารถด้านการคิดการวิเคราะห์การแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบและเป็นตรรกะ

EQ-Emotional Quotient: ความฉลาดด้านอารมณ์ หมายถึงความสามารถในการจัดการอารมณ์ตัวเอง การมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นหรือบุคคลภายนอกอื่นๆ

AQ-Adversity Quotient: ความฉลาดด้านการแก้ไขปัญหาหมายถึงความสามารถในการรับแรงกดดัน อดทนและนาพาตัวเองออกจากปัญหานั้นได้

CQ-Creativity Quotient: ความฉลาดด้านความคิดสร้างสรรค์หมายถึงความสามารถในการคิดริเริ่มสิ่งใหม่ๆ การประดิษฐ์ จิตที่รักการแสวงหา

จากการศึกษาและงานวิจัยต่างๆพบว่าการสแกนลายนิ้วมือทั้ง 10 นิ้ว และวิเคราะห์ด้วยโปรแกรมตามหลักวิทยาศาสตร์ลายนิ้วมือ สามามารถทราบถึงปัญญา 10 ด้านของแต่ละบุคคล ปัญญาทั้งหมดที่กล่าวถึงนี้คือพรสวรรค์ ศักยภาพที่ติดตัวมาตั้งแต่กำเนิด ทำผู้ที่ได้รับการวิเคราะห์สามารถเข้าใจ รู้จักตัวเอง และสามารถเข้าใจรู้จักผู้อื่นได้อย่างลึกซึ้ง เพื่อประโยชน์ในการสื่อสาร การเรียนการสอนในการพัฒนาศักยภาพของตนเองและผู้อื่นได้อย่างเหมาะสมและสามารถพัฒนาให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดโดยมีรายละเอียดดังนี้

ขั้นตอนในการค้นหาศักยภาพผ่านลายนิ้วมือ และเข้าสู่กระกระบวนการดึงศักยภาพออกมาพัฒนาสู่ความเป็นเลิศของแต่ละบุคคล

          1. สแกนเก็บลายนิ้วมือ 10 นิ้วด้วยระบบคอมพิวเตอร์สแกนเนอร์

          2. นำลายนิ้วมือที่สแกนเข้าสู่กระบวนการนับค่าและประมวลผลผ่านโปรแกรมการวิเคราะห์ออกเล่มรายงาน

          3. อ่านผลวิเคราะห์ด้วยตนเอง และปรึกษารับคำแนะนำเพื่อปรับปรุงพัฒนาศักยภาพด้านที่เด่นสู่ความเป็นเลิศและปรับปรุงแก้ไขด้านที่ด้อย

          4.ให้คำแแนะนำในการพัฒนาศักยภาพของตนเอง พัฒนาศักยภาพด้านที่เด่นให้เป็นเลิศ และปรับปรุงแก้ไขด้านที่ด้อย            ผลการสแกนและออกรายงานวิเคราะห์นี้ จะได้รับข้อมูลครบถ้วนในการนำไปใช้พัฒนาศักยภาพด้านต่าง ๆ อย่างถูกต้องเหมาะสม เพื่อพัฒนาสู่ความเป็นเลิศ

หลักสูตรเทคนิคการสอนคณิตศาสตร์โดยใช้นิ้วมือแบบจินตคณิตอันซัน เพื่อส่งเสริมประสิทธิภาพในการจัดการเรียนรู้ทำให้ผู้เรียนคิดเลขเร็วและถูกต้องมากขึ้นระดับปฐมวัยเป็นหลักสูตรเพื่อพัฒนาครูผู้สอน ให้มีทักษะในการจัดการเรียนรู้ที่หลากหลาย ทั้งการพัฒนาตนเอง การจัดการเรียนรู้โดยเน้นกระบวนการคิดลงมือปฏิบัติการจัดการเรียนรู้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะศตวรรษที่21 หลักสูตรนี้จะให้เทคนิคการคิดเลขเร็วแบบจินตคณิตที่ใช้นิ้วมือเป็นสื่อการเรียนการสอน ซึ่งเป็นสื่อที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิดสามารถนำมาใช้ได้ทุกที่ทุกเวลาที่ต้องการ สามารถทำให้เด็กคิดเลขได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ  ทั้งกระบวนการบวก การลบ การคูณ การหาร ช่วยให้มีทัศนคติที่ดีต่อวิชาคณิตศาสตร์และที่สำคัญยังช่วยพัฒนาสมาธิ พัฒนาความจำให้ดีขึ้นซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของนักจิตวิทยาชาวอเมริกัน ดร.รูธพร็อบเปอร์ที่ว่าพบว่าการกำมือ แบมือ วันละหลายๆครั้งจะช่วยให้ความจำดีขึ้นและยังสามารถลดการเสี่ยงต่อโรคสองเสื่อมหรืออัลไซเมอร์ได้อีกด้วย

การพัฒนาเทคนิคการสอนคณิตศาสตร์โดยใช้นิ้วมือแบบจินตคณิตอันซันเพื่อพัฒนาทักษะการคำนวณและการวิเคราะหท์างคณิตศาสตร์สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษา หลักสูตรกระบวนการมี 4 ขั้นตอน ดังนี้

ขั้นที่ 1 การศึกษาข้อมูลพื้นฐาน

ขั้นที่ 2 การพัฒนาหลักสูตร

ขั้นที่ 3 การทดลองใช้หลักสูตร ขั้นที่ 4 การประเมินผลและปรับปรุงหลักสูตรเทคนิคการสอนคณิตศาสตร์โดยใช้นิ้วมือแบบจินตคณิตอันซันสำหรับนักเรียนชั้นปฐมวัย

จากการศึกษาแนวคิดการจัดการเรียนรู้โดยใช้ทักษะการแก้ปัญหาในอนาคต เพื่อพัฒนาความสามารถในการคิดแก้ปัญหาและการคิดสร้างสรรค์ของผู้เรียน ประกอบด้วย 6 ขั้นตอน คือ

1) ระดมสมองเพื่อค้นหาปัญหา

 2) ระบุปัญหาที่สำคัญที่สุด

3) ระดมสมองเพื่อหาแนวทางและวิธีการแก้ปัญหา

4) กำหนดเกณฑ์เพื่อประเมินแนวทางการแก้ปัญหา

5) ประเมินแนวทางการแก้ปัญหาเพื่อเลือกวิธีการแก้ปัญหาที่ดีที่สุด

6) นำเสนอวิธีการแก้ปัญหาที่ดีที่สุดพร้อมแผนปฏิบัติการ และนำเสนอด้วยขั้นสรุปผลการเรียนรู้เพื่อพัฒนา

ผลการเรียนรู้   จากกระบวนการดังกล่าวจะช่วยพัฒนาครูและผู้เรียนจากประสบการณ์ตรงให้สามารถนำความรู้จากการพัฒนาไปปรับใช้กับการเรียนการสอนได้ ไม่เพียงแต่สอนเฉพาะสาระวิชา แต่สามารถนำความรู้ไปบูรณาการแต่ละวิชาโดยอาศัยวิธีคิด มีการสอดแทรกทักษะให้แก่ผู้เรียนในรายวิชาต่างๆ อาทิ การนำเครื่องมือสอนคิด 6 Hats , PMI/OPV และ Compare and Contrast ไปบูรณาการกับการเรียนการสอนในมาตรฐานการเรียนรู้ระดับประถม รวมถึงการสร้างกระบวนการเรียนรู้ที่เหมาะกับช่วงชั้นของผู้เรียน วางแผนการสอนตามบริบทของสาระวิชาโดยสามารถจัดประสบการณ์เรียนรู้ เสริมสร้างทักษะการคิดควบคู่กับเทคโนโลยีที่มีอยู่มีการใช้เครื่องมือเสริมความคิดโดยนำเสนอผ่านสื่อสร้างความน่าสนใจให้กิจกรรม เพื่อช่วยให้เกิดการกระตุ้นและสร้างสรรค์ความคิดที่หลากหลายสร้างความรู้ความเข้าใจและพัฒนาความสามารถในการคิดแก้ปัญหาอย่างมีวิจารณญาณและการคิดสร้างสรรค์ของผู้เรียนโดยครูผู้สอนสามารถออกแบบการสอนให้สอดคล้องกับเนื้อหาวิชาและจุดประสงค์การเรียนรู้ตลอดจนเลือกใช้กระบวนเพื่อนำไปบูรณาการในสาระการเรียนรู้ต่างๆ เพื่อให้การสอนมีประสิทธิภาพ สร้างผู้เรียนเป็นนักคิด สามารถแก้ปัญหาผู้เรียนตามที่กล่าวมาข้างต้น ในฐานะที่เป็นผู้เกี่ยวข้องกับการศึกษาได้เห็นความสำคัญในการพัฒนาครูให้มีความรู้ ทักษะการปฏิบัติ ตลอดจนมีคุณลักษณะความเป็นครูในเรื่องเทคนิคการจัดการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการแก้ปัญหาอนาคต (Future Problem Solving Program) เพื่อพัฒนาความสามารถในการคิดแก้ปัญหาอย่างมีวิจารณญาณและความคิดสร้างสรรค์ของผู้เรียนระดับประถมขึ้น เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาคุณภาพครูให้นำความรู้ ประสบการณ์ที่ได้รับไปสู่การพัฒนานักเรียนให้มีคุณภาพต่อไป

หลักสูตรนี้จะเป็นการขับเคลื่อนในการพัฒนาครูผู้สอนให้มีทักษะทางด้านการคิด   การออกแบบหลักสูตรให้แก่ผู้เรียนทางด้านการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์เบื้องต้น (Coding) ผ่านการใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งครูผู้สอนสามารถสร้างแรงบันดาลใจรวมถึงทัศนคติที่ดีต่อการใช้เทคโนโลยีในยุคดิจิตัล 4.0 แก่ผู้เรียน ทั้งยังสามารถสร้างมาตรฐาน ลดความเหลื่อมล้ำในการเรียนรู้ของผู้เรียนให้ทัดเทียมกันได้อย่างง่ายดาย โดยผ่านการใช้เนื้อหาบนแพลตฟอร์มที่มีมาตรฐานและตัวชี้วัดแบบเดียวกัน และยังให้ความสำคัญในมิติที่มองว่าผู้เรียนแต่ละคนมีความแตกต่างกันและมีเอกลักษณ์ของตน ดังนั้นการจัดหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้ย่อมต้องมีการปรับเปลี่ยนและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิตัลเพื่อให้บรรลุถึงวัตถุประสงค์ การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์เบื้องต้น (Coding) นับเครื่องมือสำคัญในการพัฒนากำลังคนและบุคลากรด้านดิจิตัล ที่จะช่วยการกระตุ้นความสนใจของผู้เรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายในวิชาสาขาดิจิตัลซึ่งเป็นหนึ่งของกลุ่ม STEM Education ให้มีการพัฒนาทักษะพื้นฐานของผู้เรียนโดยใช้การวิเคราะห์ แก้ปัญหา และความคิดสร้างสรรค์ นับเป็นทักษะที่จำเป็นในทุกอาชีพ สามารถต่อยอดไปถึงการพัฒนาทักษะดิจิตัลในระดับสูง ถือเป็นการเตรียมความพร้อมในการพัฒนากำลังคนด้านดิจิตัลในภาคอุตสาหกรรม การศึกษา และสังคม เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเป็นประเทศที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยเทคโนโลยีดิจิตัล

           ในหลักสูตรจะเน้นในเรื่องการเปลี่ยนแปลง,ความสำคัญของเทคโนโลยีต่อการเรียนรู้สร้างทักษะพื้นฐานและความรู้ในการเขียนโปรแกรมให้แก่นักเรียน การให้ภาพกว้างของการใช้เทคโนโลยีในการเขียนโปรแกรมพื้นฐานทั้งรูปแบบออฟไลน์และบนแพลตฟอร์มออนไลน์พร้อมด้วยความรู้พื้นฐานของการสร้างเว็บไซต์อย่างง่ายในการแนะนำตนเอง และการเขียนสคริปต์ HTML, JavaScript และ CSS เบื้องต้น ทั้งยังสามารถใช้โปรแกรมช่วยสอนเพื่อสร้างห้องเรียนสำหรับการเขียนโปรแกรมและการวัดผลการเรียนผ่านระบบ leaderboard เพื่อที่จะสามารถนำไปปรับใช้ในการสอนจริงในห้องเรียนต่อได้ ในฐานะที่เป็นผู้เกี่ยวข้องกับการศึกษาได้เห็นความสำคัญในการพัฒนาครูให้มีความรู้ทักษะการปฏิบัติ ตลอดจนมีคุณลักษณะความเป็นครูในเรื่องการจัดการเรียนรู้การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์เบื้องต้น (Coding) โดยแพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อพัฒนาทักษะด้านไอทีและดิจิตัลของผู้เรียนมัธยมปลายในยุค 4.0 ขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาคุณภาพครูให้นำความรู้ ประสบการณ์ที่ได้รับไปสู่การพัฒนานักเรียนให้มีคุณภาพต่อไป

  ในหลักสูตรจะเน้นในเรื่องการเปลี่ยนแปลง ความสำคัญของเทคโนโลยีต่อการเรียนรู้ สร้างทักษะพื้นฐานและความรู้ในการเขียนโปรแกรมให้แก่นักเรียน การให้ภาพกว้างของการใช้เทคโนโลยีในการเขียนโปรแกรมพื้นฐาน

ทั้งรูปแบบออฟไลน์และบนแพลตฟอร์มออนไลน์พร้อมด้วยความรู้พื้นฐานของการสร้างเว็บไซต์อย่างง่ายในการแนะนำตนเอง และการเขียนสคริปต์ HTML, JavaScript และ CSS เบื้องต้น ทั้งยังสามารถใช้โปรแกรมช่วยสอนเพื่อสร้างห้องเรียนสำหรับการเขียนโปรแกรมและการวัดผลการเรียนผ่านระบบ leaderboard เพื่อที่จะสามารถนำไปปรับใช้ในการสอนจริงในห้องเรียนต่อได้ ในฐานะที่เป็นผู้เกี่ยวข้องกับการศึกษาได้เห็นความสำคัญในการพัฒนาครูให้มีความรู้ทักษะการปฏิบัติ ตลอดจนมีคุณลักษณะความเป็นครูในเรื่องการจัดการเรียนรู้การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์เบื้องต้น (Coding) โดยแพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อพัฒนาทักษะด้านไอทีและดิจิตัลของผู้เรียนประถมในยุค 4.0  ขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาคุณภาพครูให้นำความรู้ ประสบการณ์ที่ได้รับไปสู่การพัฒนานักเรียนให้มีคุณภาพต่อไป

ในหลักสูตรจะเน้นในเรื่องการเปลี่ยนแปลง,ความสำคัญของเทคโนโลยีต่อการเรียนรู้ สร้างทักษะพื้นฐานและความรู้ในการเขียนโปรแกรมให้แก่นักเรียน การให้ภาพกว้างของการใช้เทคโนโลยีในการเขียนโปรแกรมพื้นฐาน

ทั้งรูปแบบออฟไลน์และบนแพลตฟอร์มออนไลน์พร้อมด้วยความรู้พื้นฐานของการสร้างเว็บไซต์อย่างง่ายในการแนะนำตนเอง และการเขียนสคริปต์ HTML, JavaScript และ CSS เบื้องต้น ทั้งยังสามารถใช้โปรแกรมช่วยสอนเพื่อสร้างห้องเรียนสำหรับการเขียนโปรแกรมและการวัดผลการเรียนผ่านระบบ leaderboard เพื่อที่จะสามารถนำไปปรับใช้ในการสอนจริงในห้องเรียนต่อได้ ในฐานะที่เป็นผู้เกี่ยวข้องกับการศึกษาได้เห็นความสำคัญในการพัฒนาครูให้มีความรู้ทักษะการปฏิบัติ ตลอดจนมีคุณลักษณะความเป็นครูในเรื่องการจัดการเรียนรู้การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์เบื้องต้น (Coding) โดยแพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อพัฒนาทักษะด้านไอทีและดิจิตัลของผู้เรียนมัธยมต้นในยุค 4.0  ขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาคุณภาพครูให้นำความรู้ ประสบการณ์ที่ได้รับไปสู่การพัฒนานักเรียนให้มีคุณภาพต่อไป


การอบรมเทคนิคการออกแบบห้องเรียนแห่งการเรียนรู้ด้วยเทคนิคการเล่าเรื่อง เพื่อเน้นการปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้สอน-ผู้เรียนและบทเรียนเพื่อเสริมสร้างทักษะการเรียนรู้แห่งศตวรรษที่ 21 จึงถือเป็นการพัฒนาวิชาชีพครูเพื่อส่งเสริมให้ครูผู้สอนสังเคราะห์ ผสมผสานเทคนิคและกระบวนการต่าง ๆ ในห้องเรียน และเนื้อหาเข้าด้วยกันอย่างสร้างสรรค์โดยสามารถเล็งผลให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจผ่านการปฏิสัมพันธ์ และความคิดสร้างสรรค์ผ่านการต่อยอดโดยใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด การเรียนการสอนมีประสิทธิภาพและผู้เรียนมีคณะลักษณะ อุปนิสัย และทักษะการเรียนรู้แห่งศตวรรษที่ 21 อย่างแท้จริง      ในฐานะที่เป็นผู้เกี่ยวข้องกับการศึกษาได้เห็นความสำคัญในการพัฒนาครูให้มีความรู้ ทักษะ การปฏิบัติ ตลอดจนมีคุณลักษณะความเป็นครูในเรื่อง เทคนิคการออกแบบห้องเรียนแห่งการเรียนรู้ด้วยเทคนิคการเล่าเรื่อง เพื่อเน้นการปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้สอน ผู้เรียน และบทเรียน และเสริมสร้างทักษะการเรียนรู้แห่งศตวรรษที่ 21 จึงจัดการอบรมนี้ขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาคุณภาพครูให้นำความรู้ ประสบการณ์ที่ได้รับไปสู่การพัฒนานักเรียนให้มีคุณภาพต่อไป

การอบรมเทคนิคการออกแบบห้องเรียนแห่งการเรียนรู้ด้วยเทคนิคการเล่าเรื่อง เพื่อเน้นการปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้สอน-ผู้เรียนและบทเรียนเพื่อเสริมสร้างทักษะการเรียนรู้แห่งศตวรรษที่ 21 จึงถือเป็นการพัฒนาวิชาชีพครูเพื่อส่งเสริมให้ครูผู้สอนสังเคราะห์ ผสมผสานเทคนิคและกระบวนการต่าง ๆ ในห้องเรียน และเนื้อหาเข้าด้วยกันอย่างสร้างสรรค์โดยสามารถเล็งผลให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจผ่านการปฏิสัมพันธ์ และความคิดสร้างสรรค์ผ่านการต่อยอดโดยใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด การเรียนการสอนมีประสิทธิภาพและผู้เรียนมีคณะลักษณะ อุปนิสัย และทักษะการเรียนรู้แห่งศตวรรษที่ 21 อย่างแท้จริง ในฐานะที่เป็นผู้เกี่ยวข้องกับการศึกษาได้เห็นความสำคัญในการพัฒนาครูให้มีความรู้ ทักษะ การปฏิบัติ ตลอดจนมีคุณลักษณะความเป็นครูในเรื่อง เทคนิคการออกแบบห้องเรียนแห่งการเรียนรู้ด้วยเทคนิคการเล่าเรื่อง เพื่อเน้นการปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้สอน ผู้เรียน และบทเรียน และเสริมสร้างทักษะการเรียนรู้แห่งศตวรรษที่ 21 จึงจัดการอบรมนี้ขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาคุณภาพครูให้นำความรู้ ประสบการณ์ที่ได้รับไปสู่การพัฒนานักเรียนให้มีคุณภาพต่อไป